พื้นไม้เอ็นจิเนียร์

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ อีกระดับของความงามที่ผสมผสานความคลาสสิก และความทันสมัยได้อย่างลงตัว ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว ทนทานต่อการใช้งาน มอบความคุ้มค่าในระยะยาว มีลวดลาย และสีสันให้เลือกหลากหลาย สร้างสรรค์พื้นที่ของคุณให้สวยงาม โดดเด่น มีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับทุกการตกแต่งภายใน สะท้อนรสนิยมที่เหนือระดับของคุณ

ไม่พบสินค้าตรงกับที่คุณเลือก

ปัจจุบัน พื้นไม้ ยังคงเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสวยงาม ทนทาน และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ไม้จริงมีราคาค่อนข้างสูง และต้องการการดูแลรักษามาก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงไม้จริงแล้ว ยังมีข้อดีในด้านความทนทาน และราคาที่ย่อมเยากว่าอีกด้วย

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือ วัสดุปูพื้นที่ประกอบด้วยชั้นไม้หลายชั้น อัดแน่นเข้าด้วยกัน โดยใช้กาว และแรงดันสูง โดยชั้นบนสุดจะเป็นไม้จริง (Veneer) ส่วนชั้นล่างจะเป็นไม้อัด หรือไม้เนื้อแข็ง ซึ่งการเรียงชั้นไม้แบบนี้ ช่วยให้พื้นมีความแข็งแรง ทนทานต่อการขยาย และหดตัวจากความชื้น และอุณหภูมิได้ดีกว่าไม้จริง

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถแบ่งประเภทได้ตามวิธีการประกอบชั้นไม้ดังนี้

  • Multi-Layer Engineered Wood Flooring : ประกอบด้วยชั้นไม้หลายชั้น (3-12 ชั้น) วางเรียงสลับเสี้ยนไม้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง นิยมใช้ไม้อัด หรือไม้เนื้อแข็ง เป็นแกนกลาง เป็นประเภทที่พบเห็นได้ทั่วไป และมีความทนทานสูง
  • 3-Layer Engineered Wood Flooring : ประกอบด้วยไม้ 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นไม้จริง ชั้นกลางเป็นไม้เนื้ออ่อนวางแนวขวาง และชั้นล่างเป็นไม้จริง หรือไม้อัด เป็นประเภทที่ได้รับความนิยม มีความมั่นคงแข็งแรง และมักมีราคาที่สูงกว่า Multi-Layer
  • High Density Fiberboard (HDF) Core Engineered Wood Flooring : ใช้ HDF ซึ่งเป็นไม้อัดความหนาแน่นสูง เป็นแกนกลางแทนไม้อัดทั่วไป ทำให้มีความแข็งแรง และทนต่อความชื้นสูง ราคาค่อนข้างย่อมเยา
  • ความสวยงาม : มีลวดลาย และผิวสัมผัสใกล้เคียงไม้จริง
  • ความทนทาน : ทนต่อการขูดขีด แรงกระแทก และความชื้นได้ดีกว่าไม้จริง
  • ความมั่นคง : ทนต่อการขยายตัว และหดตัวจากความชื้น และอุณหภูมิได้ดี
  • ติดตั้งง่าย : สามารถติดตั้งได้หลายระบบ เช่น ระบบคลิ๊กล็อค, ระบบรางลิ้น, ระบบปูกาว
  • ราคา : ราคาหลากหลาย มีตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงราคาใกล้เคียงไม้จริง
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ใช้ทรัพยากรไม้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ชนิดของไม้จริงผิวหน้า : เลือกชนิดไม้ที่ชอบ และเหมาะกับการใช้งาน เช่น ไม้โอ๊ค ไม้เมเปิ้ล ไม้มะค่า ไม้สัก
  • ความหนาของชั้นไม้จริง : ยิ่งหนามาก ยิ่งทนทาน และสามารถขัดทำสีใหม่ได้หลายครั้ง
  • แกนกลาง : เลือกแกนกลางที่แข็งแรง ทนทานต่อความชื้น เช่น HDF
  • ระบบการติดตั้ง : เลือกระบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ และงบประมาณ
  • การเคลือบผิว : ควรเลือกแบบเคลือบผิวที่ทนทานต่อการขูดขีด และรอยเปื้อน
  • การรับประกัน : ควรเลือกสินค้าที่มีการรับประกันคุณภาพ

การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปูแบบลอยตัว (Floating) โดยใช้ระบบคลิ๊กล็อค, การปูแบบรางลิ้น หรือการปูด้วยกาว ขึ้นอยู่กับประเภทของพื้น และสภาพพื้นที่ ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ

สำหรับการดูแลรักษา สามารถทำความสะอาดด้วยไม้กวาด ไม้ถูพื้นหมาด หรือเครื่องดูดฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง หมั่นเช็ดคราบน้ำ หรือของเหลวที่หกทันที เพื่อป้องกันการเกิดคราบ และป้องกันไม้บวมน้ำ