พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด

สัมผัสความล้ำสมัยของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ไฮบริด ผสานความงามของไม้จริงเข้ากับเทคโนโลยีที่เหนือชั้น มอบความทนทาน กันน้ำ กันปลวก ยกระดับทุกพื้นที่ให้สวยงาม มีสไตล์ ติดตั้งง่าย รวดเร็ว ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทนทานต่อรอยขีดข่วน ดูแลรักษาง่าย มอบความคุ้มค่าที่เหนือกว่า สัมผัสมิติใหม่ของพื้นไม้ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ไม่พบสินค้าตรงกับที่คุณเลือก

การตกแต่งพื้นบ้านด้วยไม้จริง อาจเป็นเรื่องที่หลายคนปรารถนา แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง และข้อจำกัดหลายประการ ปัจจุบันจึงมีวัสดุทดแทนอย่าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด ที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยความสวยงามใกล้เคียงไม้จริง ทนทาน และติดตั้งง่าย จึงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด คือ วัสดุปูพื้นที่พัฒนามาจากพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผสมผสานจุดเด่นของไม้เอ็นจิเนียร์เข้ากับวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความทนทาน โครงสร้างหลักประกอบด้วยชั้นไม้จริง (Real Wood Layer) บางๆ อยู่ด้านบนสุด ถัดลงมาเป็นชั้นแกนกลางที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์อย่าง HDF (High Density Fiberboard) หรือ Stone Plastic Composite (SPC) และชั้นล่างสุดเป็นชั้นรองพื้น เพื่อความมั่นคง และกันความชื้น การผสมผสานนี้ ทำให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด มีความแข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วน กันน้ำ และปลวกได้ดีกว่าไม้จริง และไม้เอ็นจิเนียร์ทั่วไป

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามวัสดุที่ใช้ทำชั้นแกนกลาง ได้แก่

  1. พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด HDF (High Density Fiberboard) : แกนกลางทำจากแผ่นใยไม้อัดแข็งความหนาแน่นสูง มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก แต่ยังคงมีความเสี่ยงต่อความชื้นอยู่บ้าง จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่แห้ง
  2. พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไฮบริด SPC (Stone Plastic Composite) : แกนกลางทำจากหินปูนผสมพลาสติก ทำให้มีความแข็งแรง ทนทานสูง กันน้ำได้ 100% ป้องกันปลวก และแมลง จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ หรือชั้นใต้ดิน
  • สวยงามเหมือนไม้จริง : มีลวดลาย และผิวสัมผัสคล้ายไม้จริง ช่วยเพิ่มความอบอุ่น และหรูหราให้กับบ้าน
  • ทนทานสูง : ทนต่อรอยขีดข่วน แรงกระแทก และการสึกหรอได้ดีกว่าไม้จริง
  • กันน้ำ และปลวก : ประเภท SPC กันน้ำได้ 100% และทั้งสองประเภททนต่อปลวก และแมลง
  • ติดตั้งง่าย : มีระบบคลิกล็อค ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็ว และง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้กาว
  • ราคาคุ้มค่า : ราคาถูกกว่าไม้จริง แต่ยังคงความสวยงาม และทนทาน
  • ดูแลรักษาง่าย : ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ด
  • พิจารณาพื้นที่ใช้งาน : เลือกประเภทของพื้นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น เลือก SPC สำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
  • ความหนาของชั้นไม้จริง : ชั้นไม้จริงที่หนากว่าจะให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริงมากกว่า และสามารถขัดทำสีใหม่ได้หลายครั้ง แต่ราคาก็จะสูงขึ้น
  • ลวดลาย และสีสัน : เลือกลวดลาย และสีสันที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน
  • มาตรฐานการผลิต : เลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีใบรับรองคุณภาพ
  • งบประมาณ : ตั้งงบประมาณที่เหมาะสม และเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ แหล่ง
  • การติดตั้ง : ควรติดตั้งบนพื้นที่เรียบ แห้ง และสะอาด โดยใช้ระบบคลิกล็อคตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่มั่นใจ ควรจ้างช่างผู้ชำนาญงาน
  • การดูแลรักษา : ทำความสะอาดเป็นประจำด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ไม่ลากเฟอร์นิเจอร์หนักๆ บนพื้น และควรติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน